BEOGAMING บทความ: โซล แคมป์เบลล์

BEOGAMING บทความ: โซล แคมป์เบลล์

กีฬา
BEOGAMING : โซล แคมป์เบลล์ (Sol Campbell) เกิดเมื่อวันที่ 18 กันยายน 1974 เกิดในเมืองเพลสตูว์ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ BEOGAMING : มีพ่อแม่คือ Sewell กับ Wihelmina เขาเป็นลูกคนสุดท้องจากเด็กสิบสองคน เก้าคนเป็นเด็กผู้ชาย พ่อของแคมป์เป็นคนงานรถไฟ ในขณะที่แม่ของเขาวิเฮลมีอาชีพเป็นคนงานในโรงงานประกอบรถยนต์ฟอร์ด แม้จะเติบโตขึ้นมาในละแวกใกล้เคียงกับครอบครัวที่มีเงินน้อยมาก แคมป์เบลล์ก็ไม่แทบจะไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับชีวิตอาชญากรรมเลย เนื่องจากพ่อแม่ที่เข้มงวดของเขา ซึ่งตลอดเวลาพ่อแม่ได้พยายามหาเงินมาส่งเสียให้ลูกๆ ของพวกเขาได้มีการศึกษาที่ดีอยู่เสมอ ทำให้แคมป์ได้เขารับการศึกษาที่ Portway Primary School หลังจากจบการศึกษาก็ไปเรียนต่อในมัธยมศึกษาที่ Lister Community School ที่โรงเรียนเขาเป็นเด็กนักเรียนที่มีพรสวรรค์มาก จนทำให้เขาได้รับการศึกษาต่อที่ FA’s School of Excellence ที่ Lilleshall ซึ่งเขาได้พบกับนักเทเบิลเทนนิส Sky Andrew ที่ต่อมาได้กลายเป็นนักกีฬาโอลิมปิกผู้ชนะสามเหรียญทองในกีฬาเทเบิลเทนนิส ในระหว่างที่เขาหมกหมุ่นอยู่กับสโมสร West Ham United เขาก็เริ่มต้นฝึกเป็นกองหน้า เขาออกจากโครงการฝึกฟุตบอลเยาวชน์ที่ Upton Park หลังจากถูกโค้ชล้อเลียน ซึ่งแคมป์มองว่าการกระทำแบบนี้ถือเป็นเรื่องที่น่ารังเกียจอย่างมาก เส้นทางการค้าแข้ง เขาเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลอาชีพชาวอังกฤษและอดีตผู้เล่นอาชีพ ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้จัดการของสโมสร เซาธ์เอ็นด์ ยูไนเต็ด ก่อนหน้านี้เขาเคยจัด แม็คเคิ่ลสฟิลด์ ทาวน์ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2018 ถึงเดือนสิงหาคม 2019 โดยที่เขาเป็นนักเตะอาชีพนานถึง 20 ปี ในพรีเมียร์ลีก และเล่นให้กับชาติอังกฤษ 11 ปี แคมป์เบลล์เริ่มต้นอาชีพของเขากับสโมสร ทอตนัมฮอตสเปอร์ ในเดือนธันวาคม 1992 เขาใช้เวลาเก้าปีที่ ทอตนัมฮอตสเปอร์ ด้วยการทำผลงานรวม 10 ประตู จากการเล่นทั้งหมด 255 ครั้ง และได้นำทีมในฐานะกัปตันคว้าชัยเหนือ เลสเตอร์ซิตี ในการแข่ง Football League 1999 จนสามารถคว้าแชมป์มาได้สำเร็จ กระทั่งในปี 2001 เขาได้เข้าร่วมกับสโมสร อาร์เซนอล โดยไม่มีค่าธรรมเนียม จากระยะเวลา 5 ปีของเขาที่นี่ กับการปรากฎตัว 195 เขาสามารถพาทีมคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ได้สองรายการ ตามมาด้วย FA Cup อีก 2 รายการ การเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่ทำให้เขารู้จักในนาม The Invincible จาการไร้พ่ายในในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2003-04 เขาได้ทำผลงานให้กับ อาร์เซนอล ด้วยการยิงได้เพียงเพียงประตูเดียว ทำให้เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ให้กับ Barcelona 2-1 ในศึกการแข่งขัน UEFA Champions League…
Read More
BEOGAMING : ริชาร์ด ดันน์ richard dunne

BEOGAMING : ริชาร์ด ดันน์ richard dunne

กีฬา
ในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ก ของทีมฟุตบอล คือ ส่วนสำคัญของทีมเป็นอย่างยิ่ง เพราะคอยมีหน้าจัดการกองหน้าคู่แข่ง ไม่ให้เข้ามาทำประตูของตัวเองให้ได้และ เป็นตำแหน่งที่ต้องใช้พละกำลังและ สมาธิเป็นอย่างมาก เพราะถ้าเกิดประมาทแค่เสี้ยววินาทีเดียว ทีมอาจจะตกอยู่ในสถานการณ์ BEOGAMING ที่ย่ำแย่ได้ในทันที ดั่งคำที่ว่า “ถูกร้อยครั้งโลกไม่จำ ผิดครั้งเดียวจำไม่ลืม” ด้วยคำกล่าวนี้ สะท้อนว่าในวงการลูกหนัง ถ้าผิดพลาดเมื่อไร คุณจะถูกเล่นงานทันที โดยไม่สนว่า คุณจะทำดีมากี่รอบก็ตาม อาจจะด้วยความคาดหวังจากแฟนบอล หรือ อาจจะเป็น ในเชิงธุรกิจของสโมสรด้วย เห็นได้ชัดจากกรณีที่ กาเบรียล มากัลเญส เซ็นเตอร์แบ็ก ชาวบราซิเลียน ของทีมไอ้ปืนใหญ่อาร์เซนอล ที่ลงบัญชาเกมรับ ในศึกที่พบกับ นักบุญ เซาแธมป์ตัน ของศึกเอฟเอ คัพอังกฤษ เขาสกัดลูกยิงของคู่แข่งพลาด ซึ่งผลสุดท้ายฟุตบอล เข้าไปนอนอยู่ก้นตาข่ายของตัวเอง ทำให้ทีมของเขา กระเด็นตกรอบไปในที่สุด ซึ่งในอดีต ยังมีอีกหลากหลายเหตุการณ์ ที่กองหลังสกัดพลาด จนเข้าประตูตัวเอง อาจจะด้วยความที่ไม่ได้ตั้งใจ หรือ ความประมาทที่เกิดขึ้น แต่ในศึกพรีเมียร์ลีก มีนักเตะอยู่คนหนึ่ง มีสถิติที่เจ้าตัวนั้น ไม่อยากจดจำ สักเท่าไร โดยเขาเป็นกองหลัง ที่ทำเข้าประตูตัวเองมากที่สุด ซึ่งซัลโวไปถึง 10 ประตู กองหลังจอมถล่มตาข่ายรายนี้ คือ ริชาร์ด ดันน์ เขาเกิดวันที่ 21 กันยายน ค.ศ.1979 ประเทศ ไอร์แลนด์ ส่วนสูง 1.88 เมตร(6ฟุต 2 นิ้ว) โดยเส้นทางการค้าแข้ง ของ ดันน์ นั้น เจ้าตัวได้เข้าระบบเยาวชนของ “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน เขาใช้เวลาศึกษาวิชาลูกหนังในถิ่น กูดิสันปาร์คอย่างตั้งใจ ทั้งแผนการเล่น การยืนตำแหน่ง และ การเข้าสกัด เขามุ่งมั่น ที่จะเรียนรู้ให้กระจ่างที่สุด เท่าที่จะทำได้ จนกระทั้งในปี 1996 จากความพยายามอย่างหนัก ของ ริชาร์ด ดันน์ ก็ประสบผลสำเร็จ เจ้าตัวถูกดันเข้าสู่ทีมชุดหลัก ของ เอฟเวอร์ตัน ได้สำเร็จ มันคือ ความสำเร็จ ก้าวแรก ของตัวเขาเอง ฟอร์มของ ริชาร์ด ดันน์ ดีอย่างต่อเนื่อง และ สามารถยึดตัวจริงได้อย่างยาวนาน ซึ่งได้รับความไว้วางใจ จากเพื่อนร่วมทีมเป็นอย่างมาก ตลอดระยะเวลา 4 ปีเต็มในรั้ว กูดิสันปาร์ค เขาลงรับใช้สโมสรไปทั้งสิ้น 81 นัด ในปี 2000 ริชาร์ด ดันน์ ตัดสินใจย้ายไปร่วมทีม เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ซิตี้ ค่าตัวราวๆ 3 ล้านปอนด์…
Read More